นพ.ภาสกรชัยวานิชศิริ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผย
ว่า โรคมะเร็งเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญของทุกประเทศทั่วโลก
รวมทั้งประเทศไทย จากรายงานของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข
ปี พ.ศ. 2554 พบว่า ปัจจุบันคนไทยเสียชีวิต จากโรคมะเร็ง ปีละประมาณ
60,000 รายหรือเฉลี่ย 7 รายต่อชั่วโมง
และยังคงพบอัตราการเกิดโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นทุกปี โดยมะเร็งที่พบมากที่สุด 3
อันดับแรกในเพศชาย คือ มะเร็งตับและทางเดินน้ำดี มะเร็งปอด
มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
ส่วน
3 อันดับแรกในเพศหญิง คือ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก
มะเร็งตับและทางเดินน้ำดี
ซึ่งการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งต้องใช้ระยะเวลาต่อเนื่อง
และเสียค่าใช้จ่ายสูง จึงส่งผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจโดยรวม
และเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาประเทศ ดังนั้น
เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาโรคมะเร็ง
รวมทั้งเพื่อให้ผลลัพธ์จากความก้าวหน้าทางวิชาการ
มีความเชื่อมโยงกับแผนยุทธศาสตร์การควบคุมโรคมะเร็งระดับชาติ
ซึ่ง
จะนำไปสู่การดำเนินงานของแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan)
ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข คือ การลดอัตราการเกิด
และการตายจากโรคมะเร็ง ทำให้ประชาชนชาวไทยห่างไกลจากโรคมะเร็ง
ยกระดับการแพทย์และสาธารณสุข รวมถึงพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน
ซึ่งนับว่าเป็นการพัฒนาประเทศอีกทางหนึ่ง
ดัง
นั้น สถาบันมะเร็งแห่งชาติ จึงร่วมกับโรงพยาบาลมะเร็งภูมิภาค 7 แห่ง
ของกรมการแพทย์ จัดประชุมวิชาการโรคมะเร็งแห่งชาติในหัวข้อ “National
Strategies to Nationwide Cancer Care” โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย
แพทย์ พยาบาล นักวิชาการ นักวิจัย บุคลากรทางการแพทย์
และผู้ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับโรคมะเร็ง ในหลากหลายสาขา จำนวน 800 คน
จากทั่วประเทศ
มี
วัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับโรคมะเร็ง
ได้ทราบถึงความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี และวิทยาการต่าง ๆ ในการป้องกัน
ควบคุม และรักษาโรคมะเร็ง รวมถึงแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และประสบการณ์
ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการนำไปพัฒนาการป้องกัน ควบคุม
และรักษาโรคมะเร็งให้มีประสิทธิภาพและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น
นาย
แพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า
โรคมะเร็งเป็นกลุ่มของโรคที่เกิดเนื่องจากเซลล์ของร่างกายมีความผิดปกติที่
DNA หรือสารพันธุกรรม ส่งผลให้เซลล์มีการเจริญเติบโต
มีการแบ่งตัวเพื่อเพิ่มจำนวนเซลล์ มากกว่าปกติ
ให้เกิดก้อนเนื้อผิดปกติลุกลามไปยังเนื้อเยื่อข้างเคียง
หลอดเลือดและหลอดน้ำเหลืองและในที่สุดก็จะทำให้เกิดการแพร่กระจายไปยัง
อวัยวะอื่นๆ
ส่ง
ผลให้การทำงานของอวัยวะเหล่านั้นผิดปกติโดยมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรค
มะเร็ง ที่สำคัญ 3 ประการ คือ หนึ่ง ปัจจัยจากสิ่งแวดล้อมภายนอกร่างกาย
เช่น สารก่อมะเร็งที่ปนเปื้อนในอาหาร อากาศ เครื่องดื่ม ยารักษาโรค
รวมทั้งการได้รับรังสี เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย และพยาธิบางชนิด สอง
ปัจจัยจากพฤติกรรม เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มสุราเป็นประจำ
การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงหรือเค็มจัด
อาหารที่มีส่วนผสมดินประสิวและไหม้เกรียมเป็นประจำและสุดท้ายปัจจัยทางพันธุ
กรรม เช่น ความผิดปกติของยีน และความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกัน
ใน
ปัจจุบันแพทย์สามารถรักษามะเร็งหลายชนิดให้หายได้
และทำให้ผู้ป่วยมะเร็งมีอัตรารอดชีวิตที่ยาวนานมากขึ้น
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็ง ระยะของมะเร็งที่พบ
เพราะมะเร็งระยะเริ่มแรกย่อมมีการตอบสนองต่อการรักษาหรือมีโอกาสหายขาด
มากกว่าระยะลุกลาม หรือระยะสุดท้าย ดังนั้น
การตรวจค้นหามะเร็งระยะเริ่มแรกจึงมีความสำคัญ
สำหรับ
การป้องกันโรคมะเร็ง มีหลักการง่าย ๆ คือ ออกกำลังกายประจำ ทำจิตแจ่มใส
กินผักผลไม้อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของมื้ออาหาร กินอาหารให้หลากหลาย
ไม่ซ้ำซาก จำเจ และใหม่สด สะอาด ปราศจากเชื้อรา ไม่กินอาหารที่มีไขมันสูง
อาหารปิ้งย่างหรือทอดไหม้เกรียม อาหารหมักดองเค็ม
และปลาน้ำจืดที่มีเกล็ดดิบ ๆ รวมทั้งไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุรา
ไม่มีเซ็กซ์มั่วหรือไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย ไม่อยู่กลางแดดนานๆ
และที่สำคัญคือตรวจร่างกายเพื่อค้นหามะเร็งระยะเริ่มแรก
เป็นประจำอย่างน้อยปีละครั้ง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น